บทความนี้คัดมาจาก http://www.pantown.com/board.php?id=30284&area=3&name=board4&topic=5&action=view
วัสดุที่จะใช้เพาะเมล็ดชวนชมของท่านมหาสิทธิ์มีดังต่อไปนี้
1.ดินใบก้ามปู 1 ส่วน
2.ขุ๋ยมะพร้าว 1 ส่วน
3.ทราย 1 ส่วน
4.แกลบดำ 1 ส่วน
5.ขี้ค้างคาวและปุ๋ยคอกอย่างละเล็กน้อย
นำ ส่วนผสมในข้อ 1-4 มาผสมเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นเอาใส่ภาชนะที่เราจะเพาะเมล็ดใส่ส่วนผสมชั้นล่างสุดลงไปหนาสัก 1 นิ้ว หลังจากนั้นเราก็เอาขี้ค้างคาวบดให้เป็นผงแล้วโรยลงไปบางๆไม่ต้องหนามาก จากนั้นก็ใส่ส่วนผสมลงไปหนาอีกสัก 1 ซ.ม เสร็จแล้วก็เอาปุ๋ยคอกบดละเอียดโรยทับไปอีกสักหน่อย เสร็จแล้วก็เอาส่วนผสมโรยทับไปอีก 1 ซ.ม แล้วโรยทับด้วยปุ๋ยคอกอีกชั้นแล้วก็ตามด้วยส่วนผสมชั้นบนสุด(อ่านแล้วงงมั๊ย ! ถ้างงส่งเมล็ดมาให้ผมเพาะให้ก็ได้ อิอิ ) เราจะเห็นว่าชั้นล่างสุดเป็นส่วนผสมทั้งหมดต่อมาเป็นขี้ค้างคาว-ส่วนผสม -ปุ๋ยคอก-ส่วนผสม-ปุ๋ยคอก-ส่วนผสม สาเหตุที่เรียงเป็นชั้นแบบนี้เพราะว่าช่วงแรกที่เมล็ดได้งอกนั้นจะไม่ ต้องการปุ๋ยเลยเค้าต้องการแค่ความชื้นและเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลังจากที่เค้าได้แทงรากออกมาจากเมล็ดแล้ว รากเค้าก็จะลงไปหาอาหารเลยแล้วก็ไหลลงต่อไปเรื่อยๆจนรากเค้าไปถึงปุ๋ยขี้ ค้างคาวเมื่ออายุราวๆประมาณ 1 เดือน สาเหตุที่เราใส่ปุ๋ยขี้ค้างคาวไว้ชั้นล่างสุดนั้นเพราะว่าปุ๋ยขี้ค้างคาว นั้นมีค่า P สูงถึง 12 นั่นเอง แต่พวกปุ๋ยคอกมีค่า P แค่ 0.5-0.7 สาเหตุที่เราใส่ปุ๋ยคอกลงไปในการเพาะเมล็ดด้วยนั้น เพราะว่าเราจะบังคับให้ระบบรากของเค้าหากินตั้งแต่ยังวัยเยาว์นั่นเอง และเพื่อเป็นการฝึกนิสัยของเค้าให้คุ้นเคยกับปุ๋ยครับ ส่วนน้ำเราก็รดตามปรกติอย่าให้แฉะมากเกินไปควบคุมให้มีความชื้นให้พอดีไม่ ต้องให้ทุกวันก็ได้แต่ถ้าให้ควรจะให้ในช่วงเช้า และพยายามหลีกเลี่ยงการเพาะช่วงหน้าฝนเพราะว่าหน้าฝนเค้ามีความชื้นสูงมาก เราต้องใช้ยาเข้าช่วยด้วยในบางครั้ง และหน้าหนาวอีกเหมือนกันเมล็ดเกือบแทบทุกชนิดจะขึ้นช้ามากๆ (รากก็เปรียบเสมือนกับปากที่มีหน้าที่หาอาหาร ตราบใดที่ระบบของรากดีเท่าไหร่ นั่นก็หมายถึงต้นไม้จะเจริญเติบโตและสวยงามมากเท่านั้น) รายละเอียดนั้นยังมีอีกตั้งเยอะแยะต้องเรียนรู้กันอีกต่อไปเรื่อยๆ ยังไงคุณเทพาลัยลองนำมาคิดค้นปรับปรุงสูตรของแต่ละท่าน แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุดก็แล้วกัน ลืมบอกไปอีกเรื่องหนึ่งครับ หลังจากที่เมล็ดได้งอกออกมาแล้วนั้น เราก็เอา B1 ผสมน้ำเจื่อจางฉีดที่ลำต้นทุกๆ 5-7วันก็ได้เพื่อช่วยให้ระบบรากและลำต้นเค้าแข็งแรงขึ้น มีสุขสมหวังการการเพาะเมล็ดนะครับ
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วิธีการเสียบกิ่งต้นชวนชม
1.ขั้นตอนขั้นแรกไม้ที่จะเอามาเป็นต้นตอเราต้องดูความพร้อมของไม้เสียก่อน เลือกเอาต้นตอที่ความสมบูรณ์และเนื้อไม้ต้องไม่อ่อนเกินไป หลังจากนั้นไม้ที่เอามาเป็นต้นตอต้องที่อดปุ๋ยเคมีมาซะก่อนอย่างน้อยก็ต้อง มีประมาณซักเดือน(เพื่อความชัวร์)อันนี้ผมก็ฟังเค้ามาอีกที สาเหตุที่ต้องอดปุ๋ยมันเนื่องมาจากไม้ที่เราใส่ปุ๋ยเคมีนั้นมันจะอ่อนไหว เนื้อเยื่อจะไม่ค่อยรับสิ่งเเปลกปลอมให้เข้ามาแทนที่ตรงยอดของเค้าและจะ ทำให้ยอดพันธุ์ดีที่เราเอามาเสียบนั้นเน่าเสียหายได้สูง...ตามหลักการน่าจะ เป็นอย่างนั้นแต่ก็ไม่แน่เสมอไปเพราะไม้ที่ผมใส่ปุ๋ยเคมีได้สองวันผมก็เคย เสียบติดมาเหมือนกัน แต่เป็นเอาว่าตามหลักการเค้าหน่อยก็ดีนะ....แหะๆ ส่วนเรื่องน้ำก็เหมือนกันเค้าก็บอกว่าช่วงน้ำฝนไม้ที่รับน้ำฝนมานั้นได้รับ ไนโตเจนสูงไม่สมควรที่จะนำมาเสียบ แต่ด้วยความอยากรู้อยากลองของผมก็อดที่จะมาทดลองไม่ได้ก็เลยต้องนำมาเสียบ เพื่ออยากรู้ว่ามันจะเป็นจริงดั่งที่เค้าว่ามั๊ย ผลจากการที่ได้ลองเสียบไม้ในหน้าฝน......ยกตัวอย่างเมื่อคืนฝนตกรุ่งเช้าผม ก็ได้นำตอฮอลแลนด์มาเสียบราชินีพันดอก..เสียบไป 11 กิ่ง เน่าไป 1 กิ่ง โดยตอนที่เสียบนั้นผมได้ยกไม้เข้าร่มและไม่ได้คลุมถุงซะด้วย...ฟลุ๊คดีจริงๆ ...แหะๆ สวรรค์มีตาชั่งเห็นใจเราจริงๆ แต่เอาเป็นว่าการเสียบยอดเสียบได้ทุกฤดูแต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนอากาศมันมีความ ชื้นสูงจำเป็นต้องมียากันการเน่าของกิ่งเข้าช่วยเค้าหน่อย แต่ถ้าเป็นช่วงหลังฤดูฝนจนถึงฤดูร้อนเสียบเข้าไปเถอะพี่น้องเสียบเป็นติด ขยับ(กิ่ง)เป็นหลุด 55555... เอาเป็นว่าการอดน้ำก็เป็นปัจจัยที่สำคัญแต่ก็คงจะไม่มาก สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเสียบก็คือ......นิ้วของเรานี่เอง....โปรดพึงระวัง ให้ดีนะครับ อะไรก็ไม่สำคัญเท่าอวัยวะของเรา...กิ่งถ้ามันเสียหายหรือเน่าเรายังพอหาใหม่ ได้แต่นิ้วของเราสิถ้าเป็นแผลและติดเชื้อนี่สิเรื่องใหญ่มันได้ไม่คุ้มเสีย นะครับ เอาเรามาเตรียมอุปกรณ์ในการเสียบกันดีกว่า....จ้า ดั่งในภาพที่เห็นครับ ของที่ผมใช้ก็มีอยู่แค่..เนี่ย.....ส่วนเครื่องเล่น mp-3 นั้นนอกรายการแต่ผมจะนำมาฟังเวลาเสียบยอดเพราะจะทำให้อารมณ์ของเราจะเคลิ้บ เคลิ้มไปกับเสียงเพลงแต่อย่าเปิดเพลงแดนซ์นะเดี๋ยวอารมณ์ของเราจะกระเจิงไป กับเสียงเพลงอาจจะพาลงานเสียบยอดนั้นเละกระจายไปกับเสียงเพลงได้ 5555 ทางที่ดีต้องฟังเพลงประเภทสไตส์แจ๊สหรือสไตล์นิวเอทถึงจะเข้าถึงอารมณ์ สุนทรีย์...จุ๊กกรู้...ๆ

เครื่องมือที่ต้องใช้
2. เตรียมต้นตอที่มีขนาดกำลังพอดีพยายามเลือกกิ่งของตอและยอดพันธุ์ให้มีขนาด ใกล้เคียงกันเพื่อที่เนื้อเยื่อจะได้แนบชิดเหมาะเจาะ ส่วนกิ่งพันธุ์ดีก่อนที่เราจะนำไม้มาเสียบนั้นทางที่ดีเราควรจะริดใบของเค้า ให้ออกเสียหมดก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เค้าคลายน้ำในกิ่งมากเกินไปแล้วปล่อย ไว้ให้คาลำต้นไว้อย่างนั้นจนกว่าขั้วใบจะหลุดออกจากกิ่งแล้วค่อยนำมาเสียบดี กว่า แต่ก็มีบางท่านที่ไม่ได้ริดใบก่อนที่จะเสียบก็มี...แบบตัดปุ๊ปเสียบปั๊ปเลย แต่โดยส่วนตัวผมไม่ชอบวิธีนี้เพราะว่าเวลาเราคลุมถุงแล้วบางครั้งใบที่คากับ ยอดนั้นชอบร่วงคาอยู่ในถุงบางครั้งก็ลืมเก็บออกทำให้ใบที่ร่วงนั้นเกิดอาการ เน่าได้และพาลเอาเชื้อไปสู่กิ่งพันธุ์ได้ แต่มีวิธีอีกเสียบอีกวิธีหนึ่งที่บางท่านได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย....คือหลัง จากที่ตัดยอดพันธุ์ดีมาแล้วให้ริดใบออกทั้งหมดเหลือไว้แต่ใบอ่อน แล้วก็สสัดยางที่ค้างอยู่ตรงขั้วใบออกไว้ให้หมดแล้วค่อยนำมาเสียบ แต่วิธีนี้ก็มีปัญหาเหมือนกันตรงที่เวลาที่ขั้วใบยังคาอยู่กับกิ่งนั้นแผล มันยังสดอยู่อาจจะพาลให้กิ่งพันธุ์นั้นติดเชื้อและเน่าได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าใครสะดวกแบบไหนก็ทำได้เลยเพราะที่ผมว่ามาทั้งสามแบบนั้นผมก็ได้ ลองมาหมดแล้วก็ติดทุกวิธี...แต่มาชอบวิธีแรกมากกว่าเพราะไม่มีใบและขั้วใบมา คอยให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ครับ

ต้นตอและยอดพันธุ์ดี
3. ตัดยอดพันธุ์ดีมาประมาณซัก 3 นิ้วกำลังดีเพราะว่าเนื้อไม้ยิ่งเยอะการติดจะดีกว่าเนื้อไม้ที่น้อย แต่บางครั้งยอดพันธุ์ดีมีความยาวประมาณซัก 2 เซนติเมตรก็สามารถนั้นมาเสียบได้เช่นกันแต่ไม่ขอแนะนำครับ เอายาวไว้ก่อนเป็นดี เสร็จแล้วเราก็ตัดต้นตอเลยแล้วเอาผ้าซับน้ำหล่อเลี้ยงยางที่ออกมาจากลำต้น ให้หมด ตรงนี้แหละสำคัญเพราะยางก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้กิ่งนั้นเน่าเสียหายได้

4. ซับยางจนกว่าตรงรอยที่ปาดจะหมดยางแล้วก็นำมีด(ที่คม)มาบากให้เป็นดั่งในภาพแต่อย่าให้รอยบากลึกลงไปน้อยกว่า 1 เซนติเมตร

5. เสร็จแล้วเราก็นำยอดพันธุ์ดีมาเฉือนเป็นรูปลิ่มตามรูปที่เห็นแล้วก็นำมา เสียบลงไป..ที่สำคัญเนื้อเยื่อตรงที่ไม้จะแนบติดกันอย่าให้เกิดรอยช้ำ..ตรง นี้สำคัญมาก

6.หลังจากบากตอแล้วปาดลิ่มแล้วก็เสียบลงไป....เลย ก็จะได้ดั่งในภาพนี้

7. เสร็จแล้วก็นำเชือกฟางมาพันไว้พยายามให้ปมที่มัดไว้ให้อยู่ตรงด้านของเนื้อ ด้านตอ อย่าให้ปมที่มัดไว้ไปอยู่ตรงด้านของยอดพันธุ์ดี เพราะว่าแรงกดจากการมัดปมอาจจะทำให้เนื้อตรงนั้นที่บอบบางช้ำและเน่าได้

8. แล้วก็หาถุงขนาดพอดีไม่ต้องใช้ขนาดใหญ่มากเอาแค่พอคลุมส่วนยอดไว้ก็พอ แล้วก็ดูทิศทางการไหลของหยาดน้ำในถุงด้วยพยายามอย่าให้หยาดน้ำในถุงนั้นไหล เข้ามาสู่ตรงรอยแผลที่เสียบไว้ คลุมไว้แบบนี้ในที่ร่มประมาณซัก 10 วัน กรณีถ้าเราคลุมไปซัก 2-3 วันแล้วหยาดน้ำในถุงนั้นเยอะมากเราก็แกะถุงออกมาแล้วกลับด้านในออกมาสลัดน้ำ แล้วใช้ผ้าเช็ดให้แห้งแล้วก็คลุมกันต่อไป
:หมายเหตุช่วงที่เราเอาหยาด น้ำออกจากถุงนั้นพยามยามอย่าทำในช่วงที่อากาศร้อนจัดเพราะอาจจะทำให้ยอด พันธุ์ดีนั้นโดนอากาศที่ร้อนกว่าตอนที่อยู่ในถุงอาจจะทำให้ยอดนั้นชะงักได้ ควรทำในตอนเย็นหรือช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด

9. ส่วนเรื่องของตอใหญ่กว่ากิ่งพันธุ์ดีก็ดูตามรูปเลยวิธีทำก็เหมือนกันกับวิธีแรก
1. เสียบแบบติดชิดริมของตอด้านใดด้านหนึ่ง....วิธีนี้โอกาสของยอดพันธุ์จะติดดี กว่าเสียบยอดพันธุ์ไว้ตรงกลางระหว่างตอ เพราะว่าท่อส่งอาหารของต้นไม้จะอยู่ด้านข้างของกิ่ง ทำให้ยอดติดได้ดีกว่าเสียบไว้ตรงกลางระหว่างตอ วิธีนี้เหมาะที่สำหรับจะเสียบยอดพันธุ์ที่หายาก (กิ่งแม่) แต่เวลาที่กิ่งติดดีแล้วกิ่งยอดพันธุ์ได้เจริญเติบโตมันจะไม่สมดุล..คือ เนื้อเยื่อตรงที่เสียบมันจะไม่อมหัวตอแบบบาลานซ์
2.แต่ถ้าเราเสียบ ยอดไว้ตรงกลางระหว่างตอเนื้อเยื่อจะเดินช้ากว่าการเสียบริมตอแต่เวลาที่กิ่ง พันธุ์ได้เจริญเติบโตมันจะดูสวยงามกว่าเสียบแบบริมตอ
เท่าที่ผมสังเกต มาตรงระหว่างไส้กลางของตอ เนื้อเยื่อตรงส่วนนั้นมันจะอ่อนกว่าตรงด้านริมตอ อาจจะทำให้การเสียบยอดตรงกลางตอนั้นเนื้อเยื่ออาจจะเดินช้ากว่าแบบเสียบชิด ริมตอ แต่เท่าที่ผมลองเสียบมาทั้งสองแบบ....เสียบแบบริมตอหรือกลางตอก็ติดได้ดี เหมือนกัน
ด้านซ้ายเป็นแบบเสียบชิดริมตอ ส่วนด้วนขวาเป็นแบบเสียบกลางตอ

10. ส่วนภาพนี้เวลาที่เราปาดลิ่มตรงยอดพันธุ์ดีให้ปาดพอดีกับรอยบากของตอ อย่าปาดให้แผลยาวกว่าตอเพราะอาจจะทำให้ยอดพันธุ์มีแผลเกินมากขึ้นทำให้การ สูญเสียความชื้นนั้นมีมากและอาจจะพาลให้ติดเชื้อโดยง่ายด้วย
อย่างในภาพนี้ถือว่าปาดแผลยาวกว่ารอยบากของตอ....ถือว่าไม่ดีพอ

11. อย่างกับภาพนี้เราจะเห็นรอยแผลตรงลิ่มพอดีกับรอยบากของตอเลย ต้องให้มันได้แบบนี้..ถือว่าสวยเลยทีเดียว

12. ส่วนภาพนี้ก็ยอดพันธุ์พอดีกับตอทำให้รอยเสียบดูสวยงามและการติดของเนื้อเยื่อนั้นเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว

13. และภาพนี้คือต้นตอที่สมบูรณ์บวกกับเนื้อไม้มีความพร้อมที่เหมาะสำหรับการ เสียบยอดและที่สำคัญก็คืออุณหภูมินั้นก็มีส่วนต่อการที่จะทำให้เนื้อไม้นั้น แนบติดสนิทและปูดปลิ้นออกมาได้ด้วย

14. และก็มาถึงบทสุดท้ายของการเสียบยอดเพื่อการขยายพันธุ์(ชวนชม) ถ้าท่านใดพอมีเวลาว่างก็ลองฝึกเสียบยอดดูนะครับ ของแบบนี้ถ้าเรายังไม่ลองเราก็จะไม่รู้ แต่ถ้าท่านที่เสียบยอดเป็นแล้วก็ผ่านไปได้เลย ยังไงถ้าบทความที่ผมได้พิมพ์ลงในบ้านหลังนี้เป็นวิทยาทานที่ยังไม่ถูกต้องดี นัก กระผมก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย หรือว่าท่านที่มีประสบการณ์ที่มากกว่าผมก็เชิญแนะนำด้วย...กระผมยินดีน้อม รับไว้เป็นวิชาติดตัว......ขอบคุณครับ
สุดท้ายของกระทู้ในการเสียบ ในวันนี้ ผมขอทิ้งท้ายด้วยภาพนี้...น้องพลับขอเบิ้ลสาม วิธีเสียบแบบสามยอดนั้นยอดจะต้องมีขนาดเท่ากันทั้งสาม ถ้าไม่อย่างนั้นแผลจะไม่แนบสนิทกันกับตอในกรณีที่ยอดใดยอดหนึ่งมีขนาดเล็ก กว่าครับ....
ข้อมูลทั้งหมดนี้คัดลอกมาจาก ที่นี้

เครื่องมือที่ต้องใช้
2. เตรียมต้นตอที่มีขนาดกำลังพอดีพยายามเลือกกิ่งของตอและยอดพันธุ์ให้มีขนาด ใกล้เคียงกันเพื่อที่เนื้อเยื่อจะได้แนบชิดเหมาะเจาะ ส่วนกิ่งพันธุ์ดีก่อนที่เราจะนำไม้มาเสียบนั้นทางที่ดีเราควรจะริดใบของเค้า ให้ออกเสียหมดก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เค้าคลายน้ำในกิ่งมากเกินไปแล้วปล่อย ไว้ให้คาลำต้นไว้อย่างนั้นจนกว่าขั้วใบจะหลุดออกจากกิ่งแล้วค่อยนำมาเสียบดี กว่า แต่ก็มีบางท่านที่ไม่ได้ริดใบก่อนที่จะเสียบก็มี...แบบตัดปุ๊ปเสียบปั๊ปเลย แต่โดยส่วนตัวผมไม่ชอบวิธีนี้เพราะว่าเวลาเราคลุมถุงแล้วบางครั้งใบที่คากับ ยอดนั้นชอบร่วงคาอยู่ในถุงบางครั้งก็ลืมเก็บออกทำให้ใบที่ร่วงนั้นเกิดอาการ เน่าได้และพาลเอาเชื้อไปสู่กิ่งพันธุ์ได้ แต่มีวิธีอีกเสียบอีกวิธีหนึ่งที่บางท่านได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย....คือหลัง จากที่ตัดยอดพันธุ์ดีมาแล้วให้ริดใบออกทั้งหมดเหลือไว้แต่ใบอ่อน แล้วก็สสัดยางที่ค้างอยู่ตรงขั้วใบออกไว้ให้หมดแล้วค่อยนำมาเสียบ แต่วิธีนี้ก็มีปัญหาเหมือนกันตรงที่เวลาที่ขั้วใบยังคาอยู่กับกิ่งนั้นแผล มันยังสดอยู่อาจจะพาลให้กิ่งพันธุ์นั้นติดเชื้อและเน่าได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าใครสะดวกแบบไหนก็ทำได้เลยเพราะที่ผมว่ามาทั้งสามแบบนั้นผมก็ได้ ลองมาหมดแล้วก็ติดทุกวิธี...แต่มาชอบวิธีแรกมากกว่าเพราะไม่มีใบและขั้วใบมา คอยให้เกิดปัญหาในภายหลังได้ครับ

ต้นตอและยอดพันธุ์ดี
3. ตัดยอดพันธุ์ดีมาประมาณซัก 3 นิ้วกำลังดีเพราะว่าเนื้อไม้ยิ่งเยอะการติดจะดีกว่าเนื้อไม้ที่น้อย แต่บางครั้งยอดพันธุ์ดีมีความยาวประมาณซัก 2 เซนติเมตรก็สามารถนั้นมาเสียบได้เช่นกันแต่ไม่ขอแนะนำครับ เอายาวไว้ก่อนเป็นดี เสร็จแล้วเราก็ตัดต้นตอเลยแล้วเอาผ้าซับน้ำหล่อเลี้ยงยางที่ออกมาจากลำต้น ให้หมด ตรงนี้แหละสำคัญเพราะยางก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้กิ่งนั้นเน่าเสียหายได้

4. ซับยางจนกว่าตรงรอยที่ปาดจะหมดยางแล้วก็นำมีด(ที่คม)มาบากให้เป็นดั่งในภาพแต่อย่าให้รอยบากลึกลงไปน้อยกว่า 1 เซนติเมตร

5. เสร็จแล้วเราก็นำยอดพันธุ์ดีมาเฉือนเป็นรูปลิ่มตามรูปที่เห็นแล้วก็นำมา เสียบลงไป..ที่สำคัญเนื้อเยื่อตรงที่ไม้จะแนบติดกันอย่าให้เกิดรอยช้ำ..ตรง นี้สำคัญมาก

6.หลังจากบากตอแล้วปาดลิ่มแล้วก็เสียบลงไป....เลย ก็จะได้ดั่งในภาพนี้

7. เสร็จแล้วก็นำเชือกฟางมาพันไว้พยายามให้ปมที่มัดไว้ให้อยู่ตรงด้านของเนื้อ ด้านตอ อย่าให้ปมที่มัดไว้ไปอยู่ตรงด้านของยอดพันธุ์ดี เพราะว่าแรงกดจากการมัดปมอาจจะทำให้เนื้อตรงนั้นที่บอบบางช้ำและเน่าได้

8. แล้วก็หาถุงขนาดพอดีไม่ต้องใช้ขนาดใหญ่มากเอาแค่พอคลุมส่วนยอดไว้ก็พอ แล้วก็ดูทิศทางการไหลของหยาดน้ำในถุงด้วยพยายามอย่าให้หยาดน้ำในถุงนั้นไหล เข้ามาสู่ตรงรอยแผลที่เสียบไว้ คลุมไว้แบบนี้ในที่ร่มประมาณซัก 10 วัน กรณีถ้าเราคลุมไปซัก 2-3 วันแล้วหยาดน้ำในถุงนั้นเยอะมากเราก็แกะถุงออกมาแล้วกลับด้านในออกมาสลัดน้ำ แล้วใช้ผ้าเช็ดให้แห้งแล้วก็คลุมกันต่อไป
:หมายเหตุช่วงที่เราเอาหยาด น้ำออกจากถุงนั้นพยามยามอย่าทำในช่วงที่อากาศร้อนจัดเพราะอาจจะทำให้ยอด พันธุ์ดีนั้นโดนอากาศที่ร้อนกว่าตอนที่อยู่ในถุงอาจจะทำให้ยอดนั้นชะงักได้ ควรทำในตอนเย็นหรือช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด

9. ส่วนเรื่องของตอใหญ่กว่ากิ่งพันธุ์ดีก็ดูตามรูปเลยวิธีทำก็เหมือนกันกับวิธีแรก
1. เสียบแบบติดชิดริมของตอด้านใดด้านหนึ่ง....วิธีนี้โอกาสของยอดพันธุ์จะติดดี กว่าเสียบยอดพันธุ์ไว้ตรงกลางระหว่างตอ เพราะว่าท่อส่งอาหารของต้นไม้จะอยู่ด้านข้างของกิ่ง ทำให้ยอดติดได้ดีกว่าเสียบไว้ตรงกลางระหว่างตอ วิธีนี้เหมาะที่สำหรับจะเสียบยอดพันธุ์ที่หายาก (กิ่งแม่) แต่เวลาที่กิ่งติดดีแล้วกิ่งยอดพันธุ์ได้เจริญเติบโตมันจะไม่สมดุล..คือ เนื้อเยื่อตรงที่เสียบมันจะไม่อมหัวตอแบบบาลานซ์
2.แต่ถ้าเราเสียบ ยอดไว้ตรงกลางระหว่างตอเนื้อเยื่อจะเดินช้ากว่าการเสียบริมตอแต่เวลาที่กิ่ง พันธุ์ได้เจริญเติบโตมันจะดูสวยงามกว่าเสียบแบบริมตอ
เท่าที่ผมสังเกต มาตรงระหว่างไส้กลางของตอ เนื้อเยื่อตรงส่วนนั้นมันจะอ่อนกว่าตรงด้านริมตอ อาจจะทำให้การเสียบยอดตรงกลางตอนั้นเนื้อเยื่ออาจจะเดินช้ากว่าแบบเสียบชิด ริมตอ แต่เท่าที่ผมลองเสียบมาทั้งสองแบบ....เสียบแบบริมตอหรือกลางตอก็ติดได้ดี เหมือนกัน
ด้านซ้ายเป็นแบบเสียบชิดริมตอ ส่วนด้วนขวาเป็นแบบเสียบกลางตอ

10. ส่วนภาพนี้เวลาที่เราปาดลิ่มตรงยอดพันธุ์ดีให้ปาดพอดีกับรอยบากของตอ อย่าปาดให้แผลยาวกว่าตอเพราะอาจจะทำให้ยอดพันธุ์มีแผลเกินมากขึ้นทำให้การ สูญเสียความชื้นนั้นมีมากและอาจจะพาลให้ติดเชื้อโดยง่ายด้วย
อย่างในภาพนี้ถือว่าปาดแผลยาวกว่ารอยบากของตอ....ถือว่าไม่ดีพอ

11. อย่างกับภาพนี้เราจะเห็นรอยแผลตรงลิ่มพอดีกับรอยบากของตอเลย ต้องให้มันได้แบบนี้..ถือว่าสวยเลยทีเดียว

12. ส่วนภาพนี้ก็ยอดพันธุ์พอดีกับตอทำให้รอยเสียบดูสวยงามและการติดของเนื้อเยื่อนั้นเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว

13. และภาพนี้คือต้นตอที่สมบูรณ์บวกกับเนื้อไม้มีความพร้อมที่เหมาะสำหรับการ เสียบยอดและที่สำคัญก็คืออุณหภูมินั้นก็มีส่วนต่อการที่จะทำให้เนื้อไม้นั้น แนบติดสนิทและปูดปลิ้นออกมาได้ด้วย

14. และก็มาถึงบทสุดท้ายของการเสียบยอดเพื่อการขยายพันธุ์(ชวนชม) ถ้าท่านใดพอมีเวลาว่างก็ลองฝึกเสียบยอดดูนะครับ ของแบบนี้ถ้าเรายังไม่ลองเราก็จะไม่รู้ แต่ถ้าท่านที่เสียบยอดเป็นแล้วก็ผ่านไปได้เลย ยังไงถ้าบทความที่ผมได้พิมพ์ลงในบ้านหลังนี้เป็นวิทยาทานที่ยังไม่ถูกต้องดี นัก กระผมก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วย หรือว่าท่านที่มีประสบการณ์ที่มากกว่าผมก็เชิญแนะนำด้วย...กระผมยินดีน้อม รับไว้เป็นวิชาติดตัว......ขอบคุณครับ
สุดท้ายของกระทู้ในการเสียบ ในวันนี้ ผมขอทิ้งท้ายด้วยภาพนี้...น้องพลับขอเบิ้ลสาม วิธีเสียบแบบสามยอดนั้นยอดจะต้องมีขนาดเท่ากันทั้งสาม ถ้าไม่อย่างนั้นแผลจะไม่แนบสนิทกันกับตอในกรณีที่ยอดใดยอดหนึ่งมีขนาดเล็ก กว่าครับ....
ข้อมูลทั้งหมดนี้คัดลอกมาจาก ที่นี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)