1. การถ่ายทอดลักษณะหนึ่งลักษณะใดของสิ่งมีชีวิตถูกควบคุมโดยปัจจัย (fector) เป็นคู่ ๆ ต่อมาปัจจัยเหล่านั้นถูกเรียกว่า ยีน (gene)
2. ยีนที่ควบคุมลักษณะต่าง ๆ จะอยู่กันเป็นคู่ ๆ และสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อไปได้
3. ลักษณะแต่ละลักษณะจะมียีนควบคุม 1 คู่ โดยมียีนหนึ่งมาจากพ่อและอีกยีนมาจากแม่
4. เมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์(gamete) ยีนที่อยู่เป็นคู่ๆจะแยกออกจากกันไปอยู่ในเซลล์สืบพันธุ์ของแต่ละเซลล์และ ยีนเหล่านั้นจะเข้าคู่กันได้ใหม่อีกในไซโกต
5. ลักษณะที่ไม่ปรากฏในรุ่น F1 ไม่ได้สูญหายไปไหนเพียงแต่ไม่สามารถแสดงออกมาได้
6. ลักษณะที่ปรากฏออกมาในรุ่น F1 มีเพียงลักษณะเดียวเรียกว่า ลักษณะเด่น ( dominant) ส่วนลักษณะที่ปรากฏในรุ่น F2 และมีโอกาสปรากฏในรุ่นต่อไปได้น้อยกว่า เรียกว่า ลักษณะด้อย (recessive)
7. ในรุ่น F2 จะได้ลักษณะเด่นและลักษณะด้อยปรากฏออกมาเป็นอัตราส่วน เด่น : ด้อย = 3 : 1
อ้างอิงจาก ที่นี่
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การผสมพันธุ์พืช แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การผสมพันธุ์พืช แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ผลการเขี่ยเกษรผสมระหว่างยักษ์สิงบุรี กับ อเมซิ่งไทยแลนด์
จากบทความ ที่แล้ว ที่ได้บันทึกการเขี่ยผสมเกษรของชวนชมอาราบีคัม ยักษ์สิงห์บุรี กับ ไม้สี อเมซิ่งไทยแลนด์ ไว้ปรากฎว่าในการเขี่ยครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ คือ ไม่ติดฝัก จากนั้นพยายามเขี่ยอีกสองครั้ง โดยครั้งที่ 3 เขี่ยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2554 ผลปรากฎว่าหลังจากผ่านมาสองสัปดาห์ก็เห็นผลแล้วครับว่า มีการติดฝัก ติดตามชมตามภาพเลยครับ
ตอนนี้ติดฝักแล้วแต่จะอยู่รอดจนได้เมล็ดหรือเปล่าคนต้องลุ้นต่อไปเพราะว่าต้นแม่ต้นเล็กมาก ๆ ครับ
วันพฤหัสบดีที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2554
วิธีการปรับปรุงพันธุ์พืชผสมตัวเอง
วิธีการปรับปรุงพันธ์ที่นิยมใช้กันมีทั้งหมด 5 วิธีดังนี้ คือ
1.วิธีการ คัด เลือก หมู่ คือ การเลือกกลุ่มของสายพันธุ์ที่มีลักษณะที่ดีหรือลักษณะที่ต้องการไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปปลูกในชั่วต่อไป และทำต่อเนื่องต่อไปหลาย ๆ ปีจนกว่าจะได้พันธุ์ที่ค่อนข้างมีลักษณะที่ต้องการสม่ำเสมอ จึงจะหยุดการคัดเลือก และใช้เป็นพันธุ์ขยายต่อไป
2.การ คัด เลือก พันธุ์ บริสุทธิ์ เป็นการคัดเลือกให้เหลือพันธุ์แท้เพียงพันธุ์เดียว มีขั้นตอนการคัดเลือก ๓ ขั้นตอน ดังนี้
2.1 คัดเลือกสายพันธุ์หรือพืชต้นที่มีลักษณะดีไว้จำนวนหนึ่ง ยิ่งมากยิ่งดี
2.2 นำเมล็ดจากต้นที่คัดเลือกไปปลูกแบบต้นและแถว ในสภาพของแปลงปลูกที่มีความสม่ำเสมอกัน แล้วคัดเลือกสายพันธุ์หรือต้นที่ดีจากแถวที่ดีไว้ คัดทิ้งแถวที่มีลักษณะเลวหรือไม่ต้องการออกไป ทำการคัดเลือกเช่นนี้ต่อไปหลาย ๆ ชั่วให้เหลือสายพันธุ์ที่ดีจริง ๆ เพียงไม่กี่สายพันธุ์
2.3 เมื่อไม่สามารถแยกความแตกต่างของสายพันธุ์ด้วยสายตายแล้ว จึงนำสายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ไปคัดเลือกแบบหลายชุดซ้ำกัน โดยมีพันธุ์มาตรฐานมาร่วมเปรียบเทียบด้วย เพื่อให้การคัดเหลือมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถเปรียบเทียบผลิตผลของสายพันธุ์ได้ด้วย
การคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์เป็นวิธีที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผสมพันธุ์
3. การคัดเลือก แบบ รู้ (จด) ประวัติ ใช้ใน กรณี ที่ พืช ต่าง พันธุ์ กัน มี ลักษณะ ดี กัน คน ละ อย่าง เช่น พันธุ์ ก. มีผลิตผล สูง ส่วน พันธุ์ ข. มีคว ามต้าน ทาน โรค การ ที่ จะ ผสม พันธุ์ ให้ ได้ พืช พันธุ์ ใหม่ ที่ มี ลักษณะ ดี ทั้ง 2 อย่าง อยู่ ใน พันธุ์ เดียว กัน จำ เป็น ต้อง ผสม พันธุ์ ทั้ง สอง เข้า ด้วย กัน แล้ว คัด เลือก ลูก ผสม ชั่ว หลัง ๆ ของ พันธุ์ ทั้ง สอง ให้ ได้ พันธุ์ ที่ มี ลักษณะ ที่ ดี ของ พันธุ์ ทั้ง สอง อยู่ ด้วย กัน แต่ เนื่อง จาก ลักษณะ บาง อย่าง ควบ คุม ด้วย ยีน หลาย คู่ ดัง นั้น การ กระจาย พันธุ์ ของ ลูก ผสม ชั่ว หลัง จึง มี จำนวน มาก การ ที่ จะ คัด เลือก ให้ เหลือ พันธุ์ ที่ ดี เป็น พันธุ์บริสุทรธิ์ไว้ เพียง ไม่กี่สาย พันธุ์ จะ ต้อง คัด เลือก สาย พันธุ์ ต่าง ๆ ระหว่าง ชั่ว ที่ 2-ชั่ว ที่ 6 ด้วย สาย ตา โดย คัด เฉพาะ ต้น ที่ มี ลักษณะ รวม ทั้ง ของ พ่อ และ ของ แม่ ไว้ จำนวน หนึ่ง เพื่อ นำ ไป ปลูก แบบ รวง ต่อ แถว ใน ชั่ว ต่อ ไป ส่วน พวก ที่ เหลือ คัด ทิ้ง ไป จำนวน ต้น ที่ คัด เลือก ไว้ ใน ชั่ว แรก ๆ จะ มี ส่วน สัด ค่อน ข้าง มาก และ ลด น้อย ลง ตาม ลำ ดับ ใน ชั่ว ถัด ไป จน ถึง ชั่ว ที่ 6 เพราะ ตาม ทฤษฎี ของ พืช ที่ ผสม ตัว เอง พบ ว่า พันธุ์ ที่ เป็น พันธุ์ ไม่ แท้ หรือ พันธุ์ ผสม หาก ปล่อย ให้ ผสม ตัว เอง ซ้ำ กัน จน ถึง ชั่ว ที่ 6 สาย พันธุ์ จะ ค่อย ๆ กลาย เป็น พันธุ์ บริสุทธิ์ เกือบ 100% และ เมื่อ สาย พันธุ์ มี ความ สุทธิ เพิ่ม มาก ขึ้น มี ความ แตก ต่าง ระหว่าง สาย พันธุ์ ก็ จะ พิจารณา ด้วย สาย ตา ยาก ยิ่ง ขึ้น จำ เป็น ต้อง เปลี่ยน ไป คัด เลือก โดย วิธี อื่น
4.การผ สม แบบ พันธุ์ รวม เป็น การ คัด เลือก หลัง การ ผสม พันธุ์ แบบ ง่ายๆ ประ หยัด แต่ ลักษณะ บาง อย่าง ยัง ไม่ สม่ำเสมอ หรือ เป็น พันธุ์ บริสุทธิ์ ที่ สมบูรณ์ หาก ต้อง การ ให้ เป็น พันธุ์ บริสุทธิ์ จะ ต้อง คัด เลือก ต่อ ไป แบบ รู้ ประวัติ อีก ระยะ หนึ่ง วิธี การ คัด เลือก มี ดัง นี้
1.วิธีการ
2.การ
2.1 คัดเลือกสายพันธุ์หรือพืชต้นที่มีลักษณะดีไว้จำนวนหนึ่ง ยิ่งมากยิ่งดี
2.2 นำเมล็ดจากต้นที่คัดเลือกไปปลูกแบบต้นและแถว ในสภาพของแปลงปลูกที่มีความสม่ำเสมอกัน แล้วคัดเลือกสายพันธุ์หรือต้นที่ดีจากแถวที่ดีไว้ คัดทิ้งแถวที่มีลักษณะเลวหรือไม่ต้องการออกไป ทำการคัดเลือกเช่นนี้ต่อไปหลาย ๆ ชั่วให้เหลือสายพันธุ์ที่ดีจริง ๆ เพียงไม่กี่สายพันธุ์
2.3 เมื่อไม่สามารถแยกความแตกต่างของสายพันธุ์ด้วยสายตายแล้ว จึงนำสายพันธุ์ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ไปคัดเลือกแบบหลายชุดซ้ำกัน โดยมีพันธุ์มาตรฐานมาร่วมเปรียบเทียบด้วย เพื่อให้การคัดเหลือมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถเปรียบเทียบผลิตผลของสายพันธุ์ได้ด้วย
การคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์เป็นวิธีที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผสมพันธุ์
3. การคัดเลือก
4.การผ
4.1 ปลูก ลูก ผสม ชั่ว ที่ สอง (F(...)) จำนวน มาก ว่า 1,000 ต้น ขึ้น ไป ยิ่ง มาก ยิ่ง ดี โดย ใช้ วิธี การ และ ระยะ ปลูก ตาม แบบ การ ปลูก แบบ การ ค้า ทั่ว ไป
4.2 เก็บ เกี่ยว ทั้ง แปลง รวม เมล็ด เข้า ด้วย กัน ทั้ง หมด แล้ว ปลูก ใน ชั่ว ต่อ ไป เหมือน ปลูก F(...) ทำ ซ้ำ ต่อ ไป หลาย ๆ ชั่ว ต้น ที่ มี ลักษณะ ไม่ ดี จะ ตาย ไป เอง ตาม ธรรม ชาติ เพราะ ไม่ สามารถ เบียด เสียด แข่งกับต้น ที่ ทน ทาน ได้
4.3 คัด ทิ้ง ต้น ที่ มี ลักษณะ เลว ที่ เห็น ได้ ชัด ออก บ้าง
4.4. หลัง จาก ชั่ว ที่ ๓ แล้ว อาจ ใช้ เป็น พันธุ์ ส่ง เสริม ได้ ทัน ที หรือ คัด เลือก แบบ รู้ ประวัติ ต่อ ไป จน กว่า จะ ได้ พันธุ์ บริสุทธิ์ ที่ดี
5. การผ สม แบบ กลับ ทาง เป็นการปรับปรุงพันธุ์ พืช บาง พันธุ์ มี ลักษณะ ดี หลาย อย่าง อยู่ แล้ว และ เป็น พันธุ์ ที่ ใช้ กัน อย่าง แพร่ หลาย อยู่ แล้ว ใน ท้อง ถิ่น แต่ ขาด ลักษณะ ที่ ต้อง การ บา งอย่าง หาก มี ความ ประสงค์ จะ ปรับ ปรุง ให้ มี ลักษณะ ที่ ขาด นั้น เพิ่ม ขึ้น ใน พันธุ์ จะ ต้อง ใช้ การ ผสม แบบ กลับ ทาง ซึ่ง มี วิธี การ ดัง นี้
5.1 ผสมระหว่างพันธุ์ A ที่ต้องการนำไปปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้นกับพันธุ์ B ที่มียีนดี ซึ่งพันธุ์ A ขาดอยู่ และต้องการเพิ่ม
5.2 นำลูกผสมชั่วที่ ๑ (F1) ไปผสมกลับกับพันธุ์ A เป็นพันธุ์ A2x B เมื่อเก็บเกี่ยวเลือกเฉพาะต้นที่มีลักษณะพันธุ์ B อยู่ด้วย
5.3 ผสมตัวเองพันธุ์ A2x B เพื่อปลูกเป็น F2ของพันธุ์ A2x B แล้วคัดเลือกต้นที่มีลักษณะ A และ B อยู่ด้วย เพื่อปลูกเป็นลูก-ผสมชั่วที่ ๓ (F3)
5.4 ผสม (F3) ของ A2x B กับพันธุ์ A เพื่อให้ได้พันธุ์ A3x B
5.6 ผสม A3x B กับพันธุ์ A เพื่อให้ได้พันธุ์ A4x B
5.7 ผสมลูกผสมกลับไปยังพันธุ์ A เรื่อย ๆ จนถึง A6x B
5.8 รวบรวมสายพันธุ์แท้ที่มีลักษณะของพันธุ์ A และ B เข้าด้วยกันเพื่อขยายใช้เป็นพันธุ์ส่งเสริมต่อไป
5.2 นำลูกผสมชั่วที่ ๑ (F1) ไปผสมกลับกับพันธุ์ A เป็นพันธุ์ A2x B เมื่อเก็บเกี่ยวเลือกเฉพาะต้นที่มีลักษณะพันธุ์ B อยู่ด้วย
5.3 ผสมตัวเองพันธุ์ A2x B เพื่อปลูกเป็น F2ของพันธุ์ A2x B แล้วคัดเลือกต้นที่มีลักษณะ A และ B อยู่ด้วย เพื่อปลูกเป็นลูก-ผสมชั่วที่ ๓ (F3)
5.4 ผสม (F3) ของ A2x B กับพันธุ์ A เพื่อให้ได้พันธุ์ A3x B
5.6 ผสม A3x B กับพันธุ์ A เพื่อให้ได้พันธุ์ A4x B
5.7 ผสมลูกผสมกลับไปยังพันธุ์ A เรื่อย ๆ จนถึง A6x B
5.8 รวบรวมสายพันธุ์แท้ที่มีลักษณะของพันธุ์ A และ B เข้าด้วยกันเพื่อขยายใช้เป็นพันธุ์ส่งเสริมต่อไป
ลักษณะของการผสมพันธุ์พืช
ตั้งใจแยกบล๊อค ออกเป็นสองบล๊อค เพื่อบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับคอมพิวเตอณ์และชวนชมออกจากกัน และได้แยกมานานมากแล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มเขียนเรื่องของชวนชมเลย จนเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2554 พอมีเวลาช่วงหยุดยาวประกอบกับเจ้าลูกยักษ์สิงห์บุรี กับ กิ่งเพชรบ้านนา สายเมืองเลย มีดอกบาน จึงเกิดความคิดว่าน่าจะลองทำดอกซ้อนสองชั้น ซึ่งได้ลงมือเขี่ยผสมเกษรไปแล้ว วันนี้พอมีเวลาเลยบันทึกความรู้เกี่ยวกับผสมพันธ์พืชเพื่อปรับปรุงพันธ์เบื้องต้นไว้ก่อนละกันครับเพื่อเป็นพื้นฐาน จากนั้นจะทยอยนำวิธีการเขี่ยผสมเกษรมาเขียนเพิ่มและติดตามพัฒนาการต่อไปครับ
ขอเริ่มที่ลักษณะการผสมพันธุ์ของพืชแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
1. พืชที่ผสมตัวเอง หมายถึง พืชที่เกสรตัวเมียของดอก ผสมกับเรณูเกสรของดอกเดียวกัน หรือของดอกอื่นแต่จากต้นเดียวกัน พืชที่มีลักษณะดังกล่าวนี้ เช่น ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วสิสง ยาสูบ และมะเขือเทศ เป็นต้น
สาเหตุที่ทำให้พืชผสมตัวเองมีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ที่สำคัญ ได้แก่
ก. การผสมเกสรระหว่างเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียเกิดก่อนดอกบาน
ข. เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียมีลักษณะพิเศษ มีส่วนที่หุ้มให้ติดกันอยู่
ค. เกสรตัวเมียอาจจะยื่นผ่านกลุ่มเกสรดอกตัวผู้ขณะที่ดอกตัวผู้สลัดเกสร
2. พืชที่ผสมข้ามต้น หมายถึง พืชที่เกสรตัวเมียของดอก ผสมด้วยเรณูเกสรของดอกจากต้นอื่น พืชชนิดนี้ตัวอย่าง ได้แก่ ข้าวโพด ละหุ่ง มะม่วง ยาพารา และปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
การที่พืชต้องผสมข้ามต้นเพราะสาเหตุต่างๆ ดังนี้ คือ มีดอกเพศไม่สมบูรณ์ มีดอกสองบ้าน ดอกสมบูรณ์เพศแต่เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียมีระยะสืบพันธุ์ไม่พร้อมกัน มีดอกที่ไม่สามารพผสมตัวเองได้ เนื่องจากลักษณะทางพันธุกรรมทำให้เป็นหมัน
3. พืชที่มีลักษณะเป็นทั้งผสมตัวเองและผสมข้ามต้น พืชบางชนิดเป็นพืชที่ผสมตัวเองส่วนใหญ่ แต่จะผสมข้ามต้นบ้าง และปริมาณการผสมข้ามต้นขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายประการ เช่น อุณหภูมิและความชื้นของบรรยากาศ จำนวนผึ้งและกำลังกระแสลม เป็นต้น
ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK17/chapter9/t17-9-l2.htm#sect4
ขอเริ่มที่ลักษณะการผสมพันธุ์ของพืชแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
1. พืชที่ผสมตัวเอง หมายถึง พืชที่เกสรตัวเมียของดอก ผสมกับเรณูเกสรของดอกเดียวกัน หรือของดอกอื่นแต่จากต้นเดียวกัน พืชที่มีลักษณะดังกล่าวนี้ เช่น ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วสิสง ยาสูบ และมะเขือเทศ เป็นต้น
สาเหตุที่ทำให้พืชผสมตัวเองมีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ที่สำคัญ ได้แก่
ก. การผสมเกสรระหว่างเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียเกิดก่อนดอกบาน
ข. เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียมีลักษณะพิเศษ มีส่วนที่หุ้มให้ติดกันอยู่
ค. เกสรตัวเมียอาจจะยื่นผ่านกลุ่มเกสรดอกตัวผู้ขณะที่ดอกตัวผู้สลัดเกสร
2. พืชที่ผสมข้ามต้น หมายถึง พืชที่เกสรตัวเมียของดอก ผสมด้วยเรณูเกสรของดอกจากต้นอื่น พืชชนิดนี้ตัวอย่าง ได้แก่ ข้าวโพด ละหุ่ง มะม่วง ยาพารา และปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
การที่พืชต้องผสมข้ามต้นเพราะสาเหตุต่างๆ ดังนี้ คือ มีดอกเพศไม่สมบูรณ์ มีดอกสองบ้าน ดอกสมบูรณ์เพศแต่เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียมีระยะสืบพันธุ์ไม่พร้อมกัน มีดอกที่ไม่สามารพผสมตัวเองได้ เนื่องจากลักษณะทางพันธุกรรมทำให้เป็นหมัน
3. พืชที่มีลักษณะเป็นทั้งผสมตัวเองและผสมข้ามต้น พืชบางชนิดเป็นพืชที่ผสมตัวเองส่วนใหญ่ แต่จะผสมข้ามต้นบ้าง และปริมาณการผสมข้ามต้นขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายประการ เช่น อุณหภูมิและความชื้นของบรรยากาศ จำนวนผึ้งและกำลังกระแสลม เป็นต้น
ที่มา : http://kanchanapisek.or.th/kp6/BOOK17/chapter9/t17-9-l2.htm#sect4
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)